Marky 的个人资料a BEAST WITHIN me照片日志列表 工具 帮助

MARKY

兴趣
I never felt so lucky. My life has been low and lower which i danno why but anyway i am still alive fighting. So who wants to join me fighting?!?!? "NO QUOTE"
I'd rather make it myself like
Do u want to come with me?
or.... I'm flawless , do u want to check?!?!? :P
尚未添加列表。

a BEAST WITHIN me

about to release
第 1 张,共 2 张
3月12日

โทดทีครับ เนียนนานไปหน่อย

                    โทดทีคร้าบบบบ... เนียนนานไปหน่อย แค่ 2 ปีเอง ยิ้มแฉ่ง
                      ไม่รู้ว่า ยังมีใครเล่นบล๊อคอยู่รึเปล่า คงเลิกเล่นกันไปเยอะเพราะต่างคนต่างก็ต้องไปนั่งทำอย่างอื่น เช่น เดินเล่น ชอปปิ้ง หรือ hi5
(ที่ไม่บอกว่ามีใครติดเพราะทำงานคงไม่เอามารวมในนี้ เพราะรู้สึกว่าทุกคนพยายามหาเวลาว่างระหว่างการทำงานอยู่แล้ว จึงไม่นับเป็นปัจจัยรวมที่ทำให้เลิกเล่นบล๊อค :P )
               แต่ก็แปลกดีว่า ทำไมตอนนี้คนมันบ้าเล่น hi5 กัน คือแบบว่า ข้าพเจ้าเนี่ยะเล่นมันมาหลายปีมากกกกกกกก ตั้งแต่ก่อนแม่งจะฮิต จนก็เลิกบ้าไปกะมัน คนไทยเพิ่งจะหันมาเร่ิมเล่น แล้วก็ไม่เข้าใจว่ามันจะสนุกตรงไหน นอกจากไปนั่งทักชาวบ้านที่ไม่ใช่เพื่อนตัวเอง แล้วก็มาตื้อๆๆ เป็นเพื่อนกันนะ อยากจะรู้ว่าไอ้นิยายของคำว่า "เพื่อน" เดี๋ยวนี้มันลดลงจาก เจอกัน คุยกัน กินข้าวกัน แชร์เรื่องราว เหลือแค่ คอมเม้นไปมา งุงิงุงิ น่ารักจังเลย รูปสวยจัง คิดถึงนะ แต่ก็ไม่เคยได้เจอตัวกันจิงๆหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในสังคมวงล้อมเพื่อนเดียวกันด้วยซ้ำ!
 
               2 ปี ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นมากมายกับสมองและร่างกายของข้าพเจ้า ขอยอมรับว่า การเรียนทำให้คนพัฒนาสมองขึ้นได้จิง (แต่ไม่รู้ว่าจะพัฒนาจิตใจได้มากแค่ไหน) ทำให้มีความรู้มากมายและได้รู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วตอนนี้เพ่ิมก็อยากไปทางไหน (ที่แน่ๆ ไม่ใช่นรก)
  
               บล๊อคนี้ลองอัพดูก่อน เหวี่ยงหินถามทางดูว่ายังมีใครแวะเวียนเข้ามาที่นี่อยู่รึเปล่า ถ้ายังอยู่ดีกินดี บล๊อคต่อไปจะตามมา ....
 
                    รักนะ...งุงิงุงิ
  
3月14日

เนียนน้อง

 
   ก็ ก็ คือ ว่า..... หลังจากสอบติดแล้ว เรื่องราวก่อนสอบว่าที่บ่นยากนักยากหนา มันคงเทียบไม่ติดกับตอนที่จะต้องเรียนจิงๆ เอาแล้วสิ ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสังคมใหม่ๆ  วิชาใหม่ๆ ครุใหม่ๆ
 
  ที่จิงแล้วไอ้วิชาใหม่ๆ หรือครูใหม่ๆ มันคงไม่มีผลกระทบมากกับตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะมันก็อยู่ที่เราล้วนๆ ว่าจะสู้อ่าน สู้ฮึดได้มากแค่ไหน แต่มีไอ้อีกอันนึงที่มันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ สังคมใหม่ๆ
 
  อย่างที่รู้ๆกันอยู่ จะมาเรียน ป.โท และ คุณสมบัติผู้ที่จะสอบเข้าได้คือต้องมีประสบกามการทำงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี เพราะฉะนั้น เพื่อนร่วมเรียนของท่านก็น่าจะสักประมาณ 24 - 25 เนอะ..... แต่ปล่าวเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทำไมอายุเยอะๆๆกันอย่างงี้ บางคน 26 บางคน 27 ก็ไม่ได้ไรหรอกนะ แต่แบบมันมีgapอายุไง แต่ก็ดีไปอย่าง มันจะได้มีมุมมองอีกแบบในการเรียนรู้มากขึ้น ( แต่ไม่แจ่มในมุมมองของสายตาเท่าไหร่ )
 
  ของแถมแสนหวานเราอยู่ในรั้วจุฬา แน่นอนก็ต้องมีนิสิตจุฬาเดินเพ่นพานเต็มไปหมด ถึงแม้จะปิดเทอมก็เหอะ ได้เห็นบ้างเดินผ่านไปมา ให้น้ำลายไหลเล่นก็ยังดี ถึงเวลาปติบัติการดำเนินโครงการเนียนน้อง
 
  เนียนครับเนียน บางคนอาจงง เนียนคืออะไร คือพื้นผิวลื่นๆรึเปล่า ( ก็อาจใช่ถ้าได้จับต้องตัวน้องเค้า ยิ่งไม่มีขน คงเนียนดีแท้จริง! ) เนียน คือเวิบ VERB เป็นกริยาอย่างหนึ่งในการผสม กลมกลืน แอบแผง เพื่อให้เข้าไปอยู่หรือปรับสภาพไปอยู่ในสภาพแวดล้อมหนึ่งๆหรือสถานการณ์หนึ่งๆ ให้บุคคลอื่นรู้สึกเชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งแวดล้อมนั้นๆหรืออยู่ในสถานการณ์นั้นๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่ก็ตามทีเหอะ 
 
  โครงการเนียนน้องในที่นี้ ผมก็เร่มปติบัติการมาได้แล้ว 2 วัน โดยผมได้อาศัยเพื่อนเก่าผมที่เคยเรียนอยู่ที่จุฬาซึ่งสอบติด MBA ด้วยกัน เป็นคนกลาง เริ่มเนียนน้องไปตามกลุ่มหรือซอกมุมของมหาวิทยาลัย ตอนนี้อาจยังไมได้ผล คงต้องอาศัยเวลาพักใหญ่ในการเนียน คงต้องรอดูกันต่อไป
 
  
3月3日

เลือดเหลืองแดง - ชมพู

      ติดแล้วเว้ยยยยยย
 
 ในที่สุด หลังจากลุ้นแทบฉี่เล็ด ข้าพเจ้าก็สอบติดที่จุฬา เกือบตายตอนดูผล เพราะดูครั้งแรกแล้วไม่มีชื่อ  ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม เซงสาดสาด ลงไปบอกแม่ ด้วยความหวังว่าคงถูกด่าอย่างตรึม แต่ปรากดแม่พูดว่า ไม่เป็นไม่ต้องเสียใจ อารมนั้นซึ้งแม่สุดๆ แล้วก็วิ่งกรี๊ดกลับมาที่หน้าคอม จะกลับมาอาฆาตแค้นผู้ชายทั้งหมดที่ติด ไล่เรียงไปทีละชื่อพร้อมกับคิดว่าทำไมไม่เป็นกรู
 
  ดูไปดูมา อร้ายยยยยยยย มีชื่อกูได้ไงวะ.... ทำไมดูหลายหนแรกไม่มี กรี๊ดลั่นบ้านวิ่งลงไปบอกแม่ กระโดดเจี๊ยวลอย ...... โอ้ววววว สวรรค์ครับ
 
ปล. แล้วเจอกันนะจ๊ะนิสิตจุฬาที่น่ารักทั้งหลาย คิกคิก
2月25日

อยู่ที่ไหน ใครคนนั้น

             คุณเชื่อเรื่องsoulmateมั้ย?....
 
 
      เมื่อก่อนนี้ผมเป็นคนเชื่อเรื่องเกี่ยวกับความรักว่าคนเราเกิดมามันต้องมีคู่เป็นของตนเอง ไม่ช้าก็เร็วจะต้องพบใครสักคนนึงที่มันมาเสริมในส่วนที่เราขาดหายไป มาต่อจิ๊กซอว์ความรู้สึกของเราได้อย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่ามันอาจจะหลวม ไม่ลงล๊อคแบบคลิ๊กเลยซะทีเดียว ก็ไม่เป็นไร.... คนเรามันต่างกัน ต้องลด ละ ปรับ เปลี่ยน เข้าหากันได้ แล้วเรากับเค้าก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ ณ บัดเยี่ยงนี้ ผ่านมาแล้ว 23 ปี ยังหาอะไรที่มันเป็นตัวตน จับต้องเป็นๆไม่ได้แน่สักครั้ง ยิ่งแล้วใหญ่กับความรักในรูปแบบของคนกลุ่มผม มันยิ่ง ร้อนแรง เร็ว และฉาบฉวย กว่าคนปกติทั่วไป
 
       ผมได้คุยกับเพื่อนคนนึง อายุอานามก็มากโข แต่เค้าบอกว่าไม่เคยรู้จักความรักสักครั้ง ไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไง หรือาจเคยรู้สึกแล้วแต่ไม่รู้ว่าเนี่ยะ เรียกว่าความรัก เพื่อนผมคนนี้เค้าถือว่าเป็นคนที่หน้าตาน่ารักเลยทีเดียว มีคนมองๆ จีบๆ ก็เรื่อยๆ แต่เค้าเลือกที่จะอยู่คนเดียวซะมากกว่า ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ผมเคยถามว่าไม่เหงาเหรอกไง เค้าตอบว่าไม่เหงาก็ทำงานๆ อยู่กะเพื่อนๆ มันก็เลยไม่เหงา ผมรีบยิงกลับ 
        " ไม่ใช่.... ไม่เหงาใจเหรอ? " 
       เค้าตอบว่า ไม่เหงา เค้ารู้สึกเฉยๆ เพราะเลือกที่จะอยู่แบบนี้ คิดว่าคนกลุ่มอย่างพวกเราจะหาความรักที่แท้จริง มันหาได้ยาก จุดเริ่มต้น และจุดจบไม่เหมือนคนทั่วๆไป อยุ่กันไม่สักเท่าไหร่เดี๋ยวก็เบื่อ ไม่ก็รู้สึกคงที่ แต่ผมแอบคิดแย้งกับเค้าในใจว่าจริงๆแล้วมันต้องคอยเติมเต็มให้กันอยุ่ตลอดเวลา
 
       ส่วนเพื่อนอีกคนนึงบอกกับผมว่า " ถ้าเราเลิกกับแฟนคนนี้เมื่อไหร่ คงเลิกมีแฟนแบบเป็นตัวเป็นตนจริงๆแล้วหละ " เพราะเค้าต้องการอิสระมากกว่านี้ อยากทำในสิ่งที่เค้าอยากทำ ไม่อยากผูกมัดผูกติดกับใคร
 
       ผมเคยมีความคิดแย้งกับคนที่คิดไม่เหมือนผมในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาแต่ประสบการณ์และประสบกามต่างๆ ที่ผ่านมา มันช่วยส่งเสริมความคิดให้ผมเชื่อเรื่องความรักแบบ soulmate ลดน้อยลงไปทุกทีทุกที หลายๆ ครั้งที่รู้สึกเหนื่อยกับตัวเองและความรู้สึกเช่นนี้ รอคอยใครสักคนที่จะทำให้วันนั้นเกิดขึ้นจริง
 
       แย่อยู่อย่าง ผมก็มีสันดานเหี้ยๆ ที่ทำให้จุดเร่มต้นของความรักต้องสะดุดหลายรอบ เพราะผมก็ยังเป็นคนรักสนุกอยู่เหมือนเดิม อย่างเที่ยว อยากเละ อยากทำตามใจตัวเองหลายๆ อย่าง หรือว่ามันยังไม่พร้อมที่จะปักหลักกะใครสักคน ตอนนี้ในหัวเหมือนแตกแยกเป็นสองฝั่ง รักใครสักคน หรือ รักชีวิตสนุก ( รักตัวเอง )
 
       ถึงยังไง ลึกๆในใจผมก็ยังคงเรียกร้องหาความรู้สึกแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา แต่ก็พยายามทำใจไปพร้อมๆ กัน ระวังตัวในทุกๆก้าว ไม่พยายามปล่อยใจให้หลุดลอยไปง่ายๆ... แต่บางครั้งสันดานมันก็ยังเป็นสันดาน ลืมตัวให้ใจหลุดลอยไปได้อยู่เรื่อยๆเหมือนกัน
 
             แล้วอย่างงี้ผมยังควรจะเชื่อเรื่องsoulmateอีกดีรึเปล่า
      ------------------------------------------------------------------------------
 
    สวัสดีฮะทุกท่าน ต้องขอโทดก่อนอื่นเลย หายหัวไปนานนนนนมาก คือคอมเกเรอีกรอบ ก็เพิ่งได้เลิกขี้เกียจ เอามันไปซ่อมมาเมื่อวันก่อน เซงไปนาน........ และก็ต้องแอบขอบคุณนะคร้าบสำหรับ พี่ๆ น้องๆ อีกกับคนที่ไม่รู้จักยังคงแวะเวียนเข้ามาในบล๊อคง๊อกแง๊กอันนี้ ต่อไปนี้จะพยายามบิ้วอารมให้กลับมาเขียนบ่อยๆเยี่ยงเดิมฮะ 
 
1月27日

กรู ลูกที่ดี

               เป็นไงหละ งงเลยหละสิ อยุ่ๆ เจ้า MSN มันก็เปลี่ยนหน้าตาของมันเองซะเฉยเลย.... ขนาดเจ้าของบล๊อค เข้ามาเอง ยังงงๆ ว่ากรูไปทำอะไรกะมันรึเปล่าวะ...
 
 
         ขอโทดนะฮะ ที่ดองบล๊อคไว้นาน คือไม่รู้จะเขียนอารายจิงๆ ชีวิตช่วงนี้ราบเรียบมาก เที่ยวก็ไม่ค่อยได้เที่ยว ออกจากบ้านก็ไม่ค่อยได้ออก .... ก็อยุ่แค่ บ้าน ฟิตเนส บ้าน ฟิตเนส แค่นั้นเอง เลยไม่รุ้จะเอาอะไรมาเล่า
 
         แต่วันนี้ ตื่นเช้ามากกกกกกก อันเนื่องจาก ไปตลาดกับแม่ คือมันมีสาเหตุครับ ไอ้ที่เราอยู่บ้านทั้งวัน เจอแต่หน้าแม่เกือบตลอด 24 ชม. มันก็มีการเอือมระอาหน้ากันอยู่บ้าง มองไปทางไหนก็ไม่เจอหน้าผู้อื่น ก็จะมีแต่ หน้าเรา หน้าแม่ หน้าเรา หน้าแม่ มองกันไปมองกันมาอยู่แค่เนี่ยะ.... เพราะฉะนั้นทำอะไรผิดนิดผิดหน่อย หรือขยับตัวน้อยเกินไป หรือมากเกินไป ก็จะกลายเป็นเคืองเอากันมากๆ และ ในอาทิตย์นี้หลังจากเก็บกดมาหลายอาทิตย์ ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างจิงจังตั้งแต่หลังปีใหม่  ซึ่งส่วนมากไปแล้วก็กลับบ้านตรงเวลาเที่ยงคืน มา 2 อาทิตย์ติด แต่อาจมีคนสงสัยว่า แล้วมันต่างกับกลับบ้านตอนผับปิด ตี 1 ยังไงเพราะก็ถือว่าได้ออกไปแรดกินบรรยากาศแล้วอยู่ดี ความจริงมันต่างงงงงสิครับ เพราะเราจะไม่ได้ไปยืนมองเดะๆหน้าผับ ตอนผับปิดหรือขอเบอคนอื่นไง 5555 ดังนั้นวันศุกร์นี้จะไปเที่ยวทั้งทีแถมวันอาทิตย์ถือเป็นวันเที่ยวตามประเพณีจีนก็เลยต้องเที่ยวตามที่ประเพณีเค้าอยากให้เที่ยวซักหน่อย ฉะนั้นเราเลยต้องหาความดีเข้าตัวนิโหน่ยยย โดยการบอกแม่ว่าจะไปตลาดด้วย
         ตอนที่บอกแม่ว่าจะไปตลาดด้วย แม่ตอบกลับมาด้วยเสียงแค่ว่า ฮะ????? นั่นหมายถึง ตกใจครับ เพราะร้อยวันพันปีผมไม่เคยคิดจะไปตลาดเลยสักหน เหตุด้วยต้องตื่นเช้านี่ยิ่งมิใช่นิสัยหรือสันดาน เรียกว่าไปตลาด...นับครั้งไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปนานนนนนนมากไม่รู้ในรอบกี่ปี จึงไม่สามารถนับได้ว่าไปตลาดในชีวิตนี้มากี่ครั้ง ถ้าไม่นับ Top Supermarket 
         
         มันมีเรื่องพิสดารของแม่ผมอยู่หน่อยนึง คือเมื่อก่อนนี้บ้านผมอยู่แถวเสาชิงช้าครับ แต่ย้ายมาอยู่ที่พุทธมณฑลเกือบ สาย 2 มาแล้วจะสองปี แต่ทุกคนทายสิ ว่าเวลาแม่ผมเค้าไปตลาดเนี่ยะ เค้าเลือกจะไปที่ไหนเอ่ยยยยยย
 
   ก. ตลาดหน้าปากซอยหมู่บ้าน ซึ่งขับรถห่างออกไปแค่ 1 กลั้นลมหายใจ
   ข. ตลาดใกล้ถนนวงแหวน ซึ่งขับรถห่างออกไปแค่ร้องเพลงชาติไทยจบ
   ค. Top Supermarket ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า อาจไกลมาหน่อย ทนรถติดนิดๆ
       ฟังเพลงศุนทราพรจบแค่ครึ่งอัลบั้ม แต่ได้ช๊อบสบายๆ ในบรรยากาศติดแอร์
หรือ ง. ตลาดแถวบ้านเก่าที่อยู่ห่างไกลออกไปต้องทนกับการจราจรที่คับขั่งตรง พุดทะมนทน ข้ามสะพานปิ่นเกล้า และผ่านย่านราชดำเนินซึ่งรถติดชิบหายในยามเช้า ทั้งหมดก็แค่ใช้เวลาฟังแผ่น CD จบไป 1 แผ่น แต่เป็นcd mp 3 หนะ
 
    ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก.... หมดเวลา..............................
 
   ผมว่าทุกคนคงทายถูก คำตอบคือ ข้อ ง งูน้อยๆ ฮะ ทำไม ทำไม ทำไมหนะเหรอ ด้วยเหตุผลที่สั้นๆ ง่ายๆ ของเธอผู้นี่ครับว่า "ก็ตลาดอื่นมันมีของเลือกไม่สะใจชั้นหนิ" ตายยยยยยยยไปเลยครับ ฟังแค่นี้ ไม่รู้จะเถียงไงดี
  
    เช้านี้ เพื่อการหาข้อดีใส่ตัวเองเลยต้องทนตื่นตั้งแต่ตี5ครึ่ง ไปตลาดกับแม่ครับ ถึงกี่โมงหนะเหรอ โอ้ยยย เด็กๆ 7 โมง 45 เอง นั่งในรถกันไปซิ chill chill :P แล้วพอไปถึงตลาด โอ้ๆๆๆๆๆอารายมันช่างยั้วเยี้ยเช่นนี้ คนเยอะเกิ๊น เยอะมากกกก เยอะกว่าตอนไปยืนเบียดไหลตามคนในถนนข้าวสารตอนสงกานอีก และแอบเลวร้ายกว่าหน่อย เพราะอันนี้มีแต่ อาม่า อาอึ่ม อาเจ้ อากิ่มมี่ อาเซียวเจ๊ก อาแปะ อากง ( 2 อันหลังนี้หน่อย เพราะผู้ชายไม่ค่อยมาจ่ายตลาดกัน ) มองไปทางไหนแฟชั่นหัวขาวสลับดำผมหยิกตีหัวฟู เต็มไปหมดดดดดด เสียงดังกันสนุกสนานเค้าหละ ใครว่าไม่มีสงกานสำหรับคนสูงอายุ แต่ผมว่าก็ดีนะ สนุกดีถ้านานๆได้ไปที แต่ให้ไปทุกอาทิดคงไม่ไหว แต่แอบค้องใจว่ามันเป็นเยี่ยงนี้ทุกวันเหรอ แม่บอกว่า ฉลาดหน่อย วันนี้วันจ่าย คนเลยเยอะ.... เซงกรู ทำมันต้องเป็นวันนี้ด้วยวะ
 
    ก็จบไปสำหรับการทำดี แต่ยังไม่ได้บอกจุดประสงค์แฝงแก่แม่ข้าพเจ้าเลยว่า จะออกไปเที่ยวยามค่ำคืนนี้ เดี๋ยวรอบ่ายๆ ค่อยบอกแล้วออกไปเลยดีกว่า คิกคิก
 
1月11日

เรื่องหมา หมา

    เอ่อ นั่งพิมมา 4 รอบแล้วครับ เดี้ยงตลอดเลย พิมได้ไม่เหมือนเดิมสักครั้ง ....  คือจะบอกว่า กลับมาแล้ว ซ่อมคอมเส็ดและคิดว่ามันน่าจะหายดี แต่ไม่แน่ใจคงต้องดูอาการมันต่อไปว่าจะเกเรในอนาคตอันใกล้อีกรึเปล่า แต่ไม่ต้องรอดูแล้ว เพราะรู้แล้วว่ามันยังเกเรอยุ่แน่ๆ จิงๆ เซงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
    ไม่เข้าใจ เปิดศักราชใหม่มันน่าจะมีอะไรดีๆ มาสักหน่อย แต่นี่ตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ก็มีแต่เรื่องต้องเซงไม่เว้นแต่ละวัน แม่ง..... ปีเราปีหมาแท้ๆ..... มันน่าจะได้ดีบ้าง แต่ก็ยังคง ปากหมา และนิสัยหมาๆเหมือนเดิม ท้ายที่สุดก็คงเป็นหมาหัวเน่าตัวคนเดียวไปไม่มีคนสนจายรือเหลียวแล
 
    เอาตั้งแต่ยังไม่ทันจบปี ลางร้ายเรื่องคอมก็มาโผล่ให้เห็น รีสตาดตัวเองเป็นว่าเล่น ที่จิงเป็นมานานแล้ว แต่มันเป็นหนักขึ้น หนักขึ้น จน....เปิดคอมไม่ขึ้น จบข่าว
 
    ยังไม่ทันสิ้นปีเยี่ยงกัน อุส่ารักสาผิวหน้า ( หนังหน้า ) เพื่อจะได้ออกขายได้ตอนปีใหม่ แต่ปรากดว่า สิวเจ้ากรรมมาขึ้นอยู่ที่หน้า 5 เม็ดแบบไม่มีความคิด ( ไม่มีความคิด หมายถึงไม่มีหัว ...เข้าใจปะ สิวไม่มีความคิด = สิวไม่มีหัว ) ขึ้นบวมม่วงสวมงาม วางตัวแนวทะแยงทอดยาวตามสันแก้ม และจมูกกลางใบหน้า อย่างเป็นระเบียบ ไม่เข้าใจว่าทั้งปีทั้งชาติไม่รุ้จักขึ้น เสือกมาขึ้นเอากันตอนเนี่ยะ .... ไม่ทันครับ ไปปีใหม่ทั้งหน้าสิวๆแบบนั้น ยังผลมาถึงตอนนี้ กำจัดไปได้ 3 แต่เหลือรอยแผลไว้บนใบหน้า ส่วนอีก 2 ยังคงบวมม่วงสวยงามเช่นเดิม อย่าลืมนะครับ ว่ามันเป็นสิวไม่มีความคิด มันเลยไม่มีความคิดว่าจะจากหน้าผมไปง่ายๆ สักเท่าไหร่ เซง
 
   และเรื่องปวดประสาทท้ายสุด ... ดันเจอคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดว่าตัวเองถูกหมดทุกอย่าง คำว่าผิดจะไม่ค่อยมีอยู่ในหัว ผมคิดว่าคงไม่ได้ฟังคำว่าขอโทษจากคนประเภทนี้สักเท่าไหร่ แล้วยิ่งผมไปทำให้เค้าเสียselfอีก ... มันยิ่งทำให้เรื่องต่างๆ เลยเถิดไปกันใหญ่ เอาเหอะครับ ชีวิตแบบเป็นระบบแค่ฉาบหน้ากับไอ้คนที่ใช้ชีวิตตามความรู้สึก มันคงไปไหนไม่ได้ไกล ก็เอาไว้แค่นี้แหละครับ ดีแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งผิด เพราะทุกอย่างมันถูกตัดสินไปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ( งง หละสิ อย่าใส่ใจเลย ปวดสมองปล่าวๆ )
 
  หลังจากโดนเรื่องปวดประสาทแล้ว ตอนนี้พลังงานเลยโดนดูดไปเยอะ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นปีใหม่นี้ยังไงดีหวะเนี่ยะ... สงสัยต้องตั้งสติกันอีกรอบแล้ว อันนี้มาบ่นๆ ให้ฟังไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวขอกลับไปนึกก่อนว่าบล๊อคหน้าจะเขียนไรเป็นสาระดี ถ้าคอมไม่เจ๊งหรือไม่มีหัวคิดไปเสียก่อนตามสิว :P
 
 ปล. น้องๆจ๋า พี่อาจจะไม่ได้ไปรับน้องนะจ๊ะ ขาดพี่ไปคนไม่แย่อยู่แล้วนา... ก็หา  อาจานท่านอื่นมาเล๊คเชอร์ SW 69 แทนพี่ไปพลางๆก่อนนะจ๊ะ   
1月6日

เซงเริ่มต้นปี

           !!!เหี้ย!!!
 
 
 
ไม่ต้องตกใจครับ ไม่ได้ด่าพวกท่านต้อนรับปีใหม่แต่อย่างใด
แต่ผมกำลังด่าเจ้าคอมพิวเตอร์ตัวดีผมอยู่
มันเกเรมากตั้งแต่ก่อนปีใหม่ รีสตาร์ทตัวเองป็นนิจศีล
ซ่อมแล้วอาการก็ยังคงกำเริบอยู่เรื่อยๆ
เหตูนี้เอง อาทิดที่ผ่านมา และอีกอาทิดข้างหน้า
คงไม่ได้เข้าเนตนะครับ
 
ไงก็ขอบคุนทุกท่านที่อวยพรปีใหม่เข้ามากัน
ขอให้ทุกท่านมีความสุขเช่นกาน และจงมีสติในทุกๆเรื่อง
เดี๋ยวหลังซ่อมคอมเส็ดอย่างเป็นทางการแล้วจะตามเข้าไปอ่านบล๊อคทุกท่าน
และจะมาเขียนบล๊อคดังเดิมคร้าบ